ยุทธวิธีอันเหลือเชื่อของ ฮันนิบาล

ยุทธวิธีอันเหลือเชื่อของ ฮันนิบาล

เรื่องของการศึกสงครามนั้น การรบราฆ่าฟันกันนั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะได้เห็นกันอยู่แล้ว แต่ยุทธวิธีและกลยุทธ์นี่แหละที่จะทำให้สงครามนั้นกลายเป็นประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง ซึ่งหากเป็นสงครามกับโรมแล้ว เชื่อว่ายุทธวิธีของกองทัพคาร์เธจ นำโดยแม่ทัพ ฮันนิบาล นั้นต้องติดอันดับแน่นอน แม่ทัพฮันนิบาลขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องความเจนศึกสงคราม หนึ่งในไม้เด็ดของเค้านั่นคือการหากลยุทธ์ที่แม้แต่ข้าศึกยังคิดไม่ถึงเลย อย่างเช่น การยกทัพข้ามเขาฟิเรนิส กับเทือกเขาแอลป์ เอาแค่เดินธรรมดาก็ยากแล้ว แต่คราวนี้ทัพของฮันนิบาลเดินทัพฝ่าเทือกเขาดังกล่าวในฤดูหนาว เท่านั้นยังไม่พอ เค้าต้องรับกับชนเผ่าภูเขาของฝ่ายตรงข้ามด้วยนะ ยังไม่จบพอจะลงจากเขาพวกเค้าเจอศัตรูมาดักรออยู่แล้วปริมาณทหารมากกว่า กำลังใจทหาร แต่เชื่อไหม ฮันนิบาล พาทหารเหนื่อยล้าจากการเดินทางใช้ยุทธวิธีแบบกองโจรจนสามารถเอาชนะศึกได้แถมยังเกือบได้หัวของแม่ทัพฝ่ายตรงข้ามอีกต่างหาก นี่คือหนึ่งตัวอย่างกลยุทธ์ และยุทธวิธีการต่อสู้อันดุเดือดแม้แต่ฝ่ายตรงข้ามยังต้องอึ้ง เราต้องยอมรับในความกล้าหาญทั้งร่างกายและจิตใจจริงๆ

ประวัติของ Saladin ผู้เชี่ยวชาญในด้านการรบ

ประวัติของ Saladin ผู้เชี่ยวชาญในด้านการรบ

เรียนรู้ประวัติของ Saladin             Saladin หรือชื่อที่ใช้เรียกอย่างเป็นทางการคือ เศาะลาฮุดดิน อัลอัยยูบี เกิดเมื่อช่วงปี ค.ศ. 1137 ในบริเวณตำบลติกริต ที่ปัจจุบันคือประเทศอิรัก จัดว่าเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่ทำการปกครองมุสลิมที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมาก เป็นสุลต่านที่ทำการปกครองเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอียิปต์ เยเมน ซีเรีย และปาเลสไตน์ เป็นผู้ที่ทำการก่อตั้งราชวงศ์อัยยูบีย์ เขาเกิดในครอบครัวของชาวเคิร์ต คืนที่เขาได้เกิดพ่อของตัวเขาได้ทำการรวมคนในครอบครัวเพื่อเดินทางไปยังเมืองอะเลปโปเพราะว่าต้องเดินทางไปรับใช้อิมาคุดดิน ซางกี ผู้ที่ปกครองชาวเคิร์กซึ่งเป็นผู้ที่มีอำนาจอยู่บริเวณซีเรียตอนเหนือ ตัวเขาเองได้เติบโตขึ้นมาในเมืองบาอัลบักกับเมืองดามัสกัส แต่เริ่มเดิมที Saladin ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องของศาสนามากกว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทหาร ตัวเขาเองได้เริ่มต้นอาชีพอย่างเป็นจริงเป็นจังครั้งแรกตอนที่เขาได้มีโอกาสเข้าไปเป็นเจ้าหน้าที่ของอะซัดคุดดิน ชิรกูห์ มีฐานะเป็นลุงของเขาแถมยังเป็นผู้บัญชาการทางทหารคนสำคัญของเจ้าชายนูรุดดินทายาทของผู้สืบตระกูลซางกีด้วย นั่นทำให้เขาได้รับประสบการณ์ต่างๆ มากมายระหว่างการไปออกรบทั้งหมด 3 ครั้งที่อียิปต์ซึ่งอยู่ในการดูแลของชิรกูห์เพื่อเป็นการป้องกันการโดนรุกรานจากพวกครูเสด             จากตรงจุดนี้ทำให้เขามีนโยบายในการส่งเสริมให้มีการเติบโตรวมถึงการแผ่ขยายอาณาเขตของชาวมุสลิม ให้การอุปการะรวมถึงเผยแพร่คำสอนของศาสนาอิสลาม สร้างโรงเรียน มัสยิด ต่างๆ มากมายพยายามเร่งเร้าให้นักวิชาการต่างๆ เขียนงานวิชาการที่มีคุณภาพออกมา ฟื้นฟูในส่วนของกำลังใจรวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนทั่วไปด้วย เขาค่อนข้างประสบความสำเร็จสำหรับการเปลี่ยนขั้วอำนาจให้ทหารเป็นผู้ได้เปรียบ เขาสามารถจัดการกับกองกำลังที่ไร้ระเบียบวินัยได้มากกว่าปกติเมื่อเขามีการใช้เทคนิคทางการทหารใหม่ๆ เข้ามาช่วยเหลือ พอกำลังทหารของเขามีความแข็งแกร่งมากพอที่จะปะทะกับกองทัพของครูเสดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1187 Saladin ก็สามารถทำลายกองกำลังข้าศึกได้สำเร็จพร้อมทั้งยึดที่ดินบางส่วนของปาเลสไตน์ตอนเหนือเอาไว้ได้ด้วย             จากสงครามครั้งดังกล่าวทำให้เขาสามารถที่จะพากองทัพไปยึดราชอาณาจักรเยรูซาเล็มได้เกือบทั้งหมด หลายๆ เมืองได้ตกอยู่ในกองกำลังของมุสลิมภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขายึดได้ก็มีการปฏิบัติต่อชาวเมืองอย่างเป็นมิตร ซึ่งการทำศึกหลายๆ ครั้งของ Saladin นี่เองที่ทำให้เขาได้รับการยกย่องให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการรบอย่างแท้จริง เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 1193 ถือว่าเป็นคนสำคัญในประวัติศาสตร์อีกคนหนึ่ง

ประวัติของ Richard ที่ 1

ประวัติของ Richard ที่ 1

            สำหรับผู้ที่รักในการศึกษาประวัติศาสตร์โลกก็ย่อมที่จะรู้กันดีอยู่แล้วว่าโลกของเราตั้งแต่อดีตนับว่ามีผู้นำที่มีความสำคัญค่อนข้างเยอะมากๆ เลยทีเดียว โดยเฉพาะผู้นำที่เรารู้จักกันส่วนใหญ่แล้วหากย้อนถอยหลังไปเป็นพันๆ ปี ส่วนมากก็จะเป็นประเทศหรืออาณานิคมที่มีความเจริญรุ่งเรืองในอดีต เหตุเพราะผู้คนในยุคดังกล่าวที่มีอารยธรรมเป็นของตัวเองแล้วก็ได้มีการบันทึกเรื่องราวต่างๆ เอาไว้อย่างน่าสนใจ พระเจ้าริชาร์ดที่ 1 ก็ถือว่าเป็นบุคคลประวัติศาสตร์สำคัญอีกคนหนึ่งที่ได้ถูกบันทึกประวัติเอาไว้ด้วยเช่นเดียวกัน เรียนรู้ประวัติของพระเจ้าริชาร์ดที่ 1             พระเจ้าริชาร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ ทรงประสูติเมื่อวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 1700 ถือว่าเป็นพระโอรสที่ถูกต้องตามกฎหมายองค์ที่ 3 แห่งพระเจ้าเฮนรี่ที่ 2 ราชวงศ์อังกฤษ ทำให้ตั้งแต่วัยเด็กพระองค์ไม่เคยมีความคิดเลยว่าตนเองนั้นจะมีโอกาสได้ขึ้นครองราชย์ พระองค์เองทรงเป็นพระราชโอรสคนโปรดของพระมารดาซึ่งก็คือ พระนางเอเลเนอร์แห่งอากีแตน ผู้ที่มีเชื้อสายของฝรั่งเศสอยู่ในตัวรวมถึงเป็นหนึ่งในสตรีผู้ที่มีความร่ำรวยมากที่สุดของยุโรปในยุคกลางด้วย พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสองค์เล็กร่วมพระมารดาเดียวกับมารี เดอ ของ ปาญจ์ กับ อเล็กซิส แห่งฝรั่งเศส นอกจากนี้ยังทรงเป็นพระอนุชาของวิลเลียม เคาท์ แห่งบัวติเยร์, เฮนรี่ยุวกษัตรย์ และมาทิลดา แห่งราชวงศ์อังกฤษ ทรงเป็นพระเชษฐาของจอฟฟรี่ที่ 2 แห่งบริททานี่, เลโอนอรา แห่งอากิเตน, โจอาน ปลองตานเนต์ และ จอห์น แห่งราชวงศ์อังกฤษ             แม้พระองค์จะทรงประสูติที่พระราชวังโบมอนด์ อ็อกฟอร์ด อังกฤษ แต่พระองค์ก็ได้เลือกนำเอาฝรั่งเศสเป็นบ้านเกิดของตนเองในเวลาต่อมา จากการที่พระบิดากับพระมารดาได้แยกทางกันอย่างเป็นทางการทำให้พระองค์เองก็อยู่ในความเลี้ยงดูของมารดา พระองค์เองทรงเป็นผู้ที่มีพระปรีชาสามารถอย่างมากถือว่าเป็นผู้ที่มีการศึกษาอยู่ในเกณฑ์ดี สามารถแต่งบทกวีเป็นภาษาฝรั่งเศสและภาษาโพรวองซ์ได้ มีรูปร่างหน้าตาดี ตาสีฟ้า ผมสีทอง สูงประมาณ 193 เซนติเมตร มีความสามารถทางทหาร การเมืองตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ได้รับการยกย่องบ่อยครั้งว่ามีความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ สามารถควบคุมบุคคลชั้นสูงที่ไม่มีผู้ปกครองได้อย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา             พระองค์ได้ทรงขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งอังกฤษระหว่างปี ค.ศ. 1732 – 1742 และมักถูกขนานนามว่า ริชาร์ดใจสิงห์ เหตุเพราะพระองค์ทรงถือเป็นวีรบุรุษของชาวชนบท เป็นผู้ที่บัญชากองทัพกลางในสงครามครูเสดครั้งที่ 3 มีชัยชนะเหนือ ซาลาดิน แต่ทรงไม่ยึดครองเยรูซาเล็ม ทรงเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1742