โรมัน VS อียิปต์ มหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่

โรมัน VS อียิปต์ มหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่

อาณาจักรโรมัน กล่าวได้ว่าเป็นอาณาจักรมีความยิ่งใหญ่มากทั้งด้านการปกครองและด้านอื่นๆ ยิ่งด้านการทหารแล้ว อาณาจักรโรมัน นับได้ว่าเอกอุเป็นอย่างยิ่งการแผ่ขยายดินแดนด้วยการทำสงครามเป็นสิ่งที่ทำให้โรมันกลายเป็นมหาอำนาจใจตอนนั้น หนึ่งในมหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่นั่นคือ โรมัน VS อียิปต์ คลีโอพัตรา สตรีผู้กุมชะตา ก่อนจะไปดูกันกับเรื่องของสงคราม หนึ่งในตัวละครที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยสำหรับมหาสงครามครั้งนี้ นั่นคือ พระนางคลีโอพัตรา สตรีผู้ซึ่งมีความงาม ความสามารถและปัญญาเหนือชายหลายคนจนกระทั่งทำให้เหล่ามหาบุรุษผู้สยบศัตรูมาทั่วทิศต้องมาสยบตักนางแบบหมดท่ามาแล้ว ซึ่งคราวนี้ เป็น มาร์ค แอนโทนี ผู้ปกครองอาณาจักรโรมันร่วมกับอ็อคตาเวียน แม้จะเก่งกล้าแค่ไหน แต่เค้าก็ตกหลุมรัก ตกเสน่ห์ของนางอย่างช่วยไม่ได้ ซึ่งการมาแต่งงานกับ คลีโอพัตรา ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการจุดชนวนสงครามระหว่าง อียิปต์ และ อาณาจักรโรมันด้วย ชนวนของมหาศึกสงครามในครั้งนี้ จากเรื่องราวของ คลีโอพัตรา และ มาร์ค แอนโทนี่ ไปแล้วนั้น เมื่อทั้งคู่ได้แต่งงานกันด้วยความงามของ คลีโอพัตรา ได้ทำให้ทาง มาร์ แอนโทนี่ ทำการตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งสำคัญเลย นั่นคือ การประกาศยกเมืองของโรมเดิมให้กับอียิปต์ได้แก่ ทาซัส, ไซรีน, ครีท, ไซปรัส และ ปาเลสไตน์ พร้อมทั้งรับรองตำแหน่งผู้สืบทอดทายาทของ ซีซาเรียน เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของซีซาร์ แต่เพียงผู้เดียว การประกาศครั้งนี้ทำให้ แอนโทนี่ โดนโจมตีทางการเมืองอย่างรุนแรงว่าขายชาติ จนกลายเป็นการจุดชนวนให้ทางโรมัน กรีฑาทัพมาก่อสงครามกับ อียิปต์ จนกลายเป็นเรื่องราวมหากาพย์อันเลื่องลือต่อมา มหาสงครามที่ แอคติอุม สงครามครั้งนี้ คำว่า สมรภูมิแอคติอุม จัดเป็นจุดสำคัญของศึกครั้งนี้เลย แม้ มาร์ค แอนโทนี จะเป็นทหารคู่บุญของ จูเลียส ซีซาร์ ร่วมรบกันมาแล้วทั่วโลก แต่สงครามนั้นในครั้งนี้เค้ากลับต้องพ่ายแพ้ไป ซึ่งสมรภูมิแอคติอุมเป็นพื้นที่ในประเทศกรีซในปัจจุบัน เป็นบริเวณเกิดสงครามขั้นแตกหักระหว่างทั้งสองทัพ ปัจจัยสำคัญทำให้ แอนโทนี ต้องพ่ายแพ้นั่นคือ การถูกบีบจากฝ่ายศัตรูให้เค้าต้องไปต่อสู้ทางทะเล ทางเรือ ซึ่งเป็นเรื่องที่เค้านั้นไม่ถนัดเอาเสียเลย รวมถึงนายกองระดับรองลงไปก็ไม่ถนัดเหมือนกัน (ถนัดทางบกมากกว่า) จนสุดท้ายต้องแพ้ไป ผลของสงคราม หลังจากสงครามครั้งนี้ มีประวัติบอกแยกกันไป แต่ส่วนหนึ่งที่ตรงกันคือ พระนางคลีโอพัตรา และ มาร์ค แอนโทนี ได้ทำการฆ่าตัวตายท่ามกลางสงคราม ส่วนบุตรของพระนางคลีโอพัตรานั้น บางคนก็ว่าเสียชีวิต บางคนก็ว่ามีคนมารับไปเลี้ยงดู Read more »

สงครามคานาเอ ความพ่ายแพ้ของโรม

สงครามคานาเอ ความพ่ายแพ้ของโรม

หากจะพูดถึงชาติหรือเผ่าพันธุ์ที่เน้นการต่อสู้ การทำสงครามแล้ว เชื่อว่ากรุงโรมต้องเป็นหนึ่งในมหาอำนาจทางการทหารในยุคนั้นเลย การกรีฑาทัพไปทางไหนศัตรูต่างก็ต้องตื่นกลัวและพร้อมจะยอมแพ้ได้เลยทีเดียว แต่เชื่อไหมว่ากองทัพอันยิ่งใหญ่ของโรมก็เคยพ่ายแพ้แบบสิ้นท่าเหมือนกัน ฮันนิบาล แม่ทัพผู้เก่งกาจ หนึ่งในคู่ปรับสำคัญของกรุงโรมในตอนนั้น นั่นคือ กองทัพคาร์เธจ มักจะมีผู้นำทัพ หรือแม่ทัพเก่งกาจทั้งบุ๋นและบู๊เกิดขึ้นมาเสมอ ซึ่งในบรรดาแม่ทัพเก่งกาจเหล่านั้น ที่อยู่เหนือขึ้นไปอีกขั้นคือ ฮันนิบาล แม่ทัพเป็นลูกชายของของ คาร์เทจ ชื่อว่า ฮามิลคาร์ บาร์กา ซึ่งผู้เป็นบิดาอย่าง บาร์กา นั้นได้เคี่ยวกรำสั่งสอนลูกชายทั้งสามอย่างเข้มงวดเพื่อสืบทอดปณิธานต่อไป โดยเฉพาะกับ ฮันนิบาล บุตรชายคนโตได้รับการเคี่ยวกรำเป็นพิเศษ จนทำให้กรุงโรมครานั้นต้องหวาดหวั่น ครั่นคร้ามในฝีมือของเค้าได้เลย วิธีการทูตผสมการรบ สิ่งหนึ่งที่ทำให้กรุงโรมต้องหวั่นเกรงนั่นคือ ฮันนิบาล เป็นแม่ทัพเชิงศึกดีมาก เห็นได้จากที่เค้านั้นได้มีการสร้างพันธมิตรรอบด้านกรุงโรม เพื่อสร้างกองทัพใหญ่ขึ้น รวมถึงสร้างเส้นทางพันธมิตรเพื่อขนถ่ายเสบียง มองหาแหล่งทรัพยากร และอื่นๆ อีกมาก เพื่อสร้างความพร้อมให้กับตัวเองมากที่สุดก่อนจะบุกกรุงโรม หากนครซากุนตัมไม่ปฏิเสธ ฮันนิบาลล่ะก็ กรุงโรมอาจจะเสียหายหนักก็เป็นได้ แล้วก็เป็น นครซากุนตัม นี่เองเป็นจุดชนวนให้ทาง ฮันนิบาล ต้องลงมือทางการสู้รบทางทหารเพื่อปราบให้สิ้น ความอึด อดทน เกินทน หากเป็นเรื่องการทหารแล้ว ฮันนิบาล และกองทัพของเค้านับว่าสร้างความเกรียงไกรมาได้ตลอดหลายปี หลังจากเค้าได้ประกาศสงครามกับทางโรมแล้ว ทางโรมต่างก็คิดว่า ฮันนิบาลจะบุกมาทางเรือ ทำให้เตรียมรับเต็มที่ แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น ฮันนิบาล นำพากองทัพของเค้าเดินทางพาเทือกเขาแอลป์อันหนาวเหน็บเพื่อจู่โจมกรุงโรม ไม่เพียงเท่านั้นระหว่างทางเค้าโดนชาวเขาจู่โจมด้วยแต่เค้าก็สามารถรอดมาได้ สงครามที่คานาเอ จากการเดินหน้าอย่างมีกลยุทธ์ของ ฮันนิบาล ทำให้ทาง โรม อยู่เฉยไม่ได้ เนื่องจากตอนนั้นเค้าเสียพันธมิตรไปเยอะมาก เลยทำให้พวกเค้าต้องระดมกองทัพใหญ่ถึง 100,000 นายเพื่อหวังจะบดขยี้กองทัพของ ฮันนิบาลให้ได้ แต่ปรากฏว่า ทัพจากกรุงโรมแตกพ่ายยับเยิน สูญเสียแม่ทัพและวุฒิสภาไปด้วยในศึกนั้น ซึ่งผลจากกความพ่ายแพ้ในศึกนี้ทำเอากรุงโรม หลอน แม่ทัพคนนี้ไปนานเลยทีเดียว

ประวัติของ Saladin ผู้เชี่ยวชาญในด้านการรบ

ประวัติของ Saladin ผู้เชี่ยวชาญในด้านการรบ

เรียนรู้ประวัติของ Saladin             Saladin หรือชื่อที่ใช้เรียกอย่างเป็นทางการคือ เศาะลาฮุดดิน อัลอัยยูบี เกิดเมื่อช่วงปี ค.ศ. 1137 ในบริเวณตำบลติกริต ที่ปัจจุบันคือประเทศอิรัก จัดว่าเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่ทำการปกครองมุสลิมที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมาก เป็นสุลต่านที่ทำการปกครองเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอียิปต์ เยเมน ซีเรีย และปาเลสไตน์ เป็นผู้ที่ทำการก่อตั้งราชวงศ์อัยยูบีย์ เขาเกิดในครอบครัวของชาวเคิร์ต คืนที่เขาได้เกิดพ่อของตัวเขาได้ทำการรวมคนในครอบครัวเพื่อเดินทางไปยังเมืองอะเลปโปเพราะว่าต้องเดินทางไปรับใช้อิมาคุดดิน ซางกี ผู้ที่ปกครองชาวเคิร์กซึ่งเป็นผู้ที่มีอำนาจอยู่บริเวณซีเรียตอนเหนือ ตัวเขาเองได้เติบโตขึ้นมาในเมืองบาอัลบักกับเมืองดามัสกัส แต่เริ่มเดิมที Saladin ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องของศาสนามากกว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทหาร ตัวเขาเองได้เริ่มต้นอาชีพอย่างเป็นจริงเป็นจังครั้งแรกตอนที่เขาได้มีโอกาสเข้าไปเป็นเจ้าหน้าที่ของอะซัดคุดดิน ชิรกูห์ มีฐานะเป็นลุงของเขาแถมยังเป็นผู้บัญชาการทางทหารคนสำคัญของเจ้าชายนูรุดดินทายาทของผู้สืบตระกูลซางกีด้วย นั่นทำให้เขาได้รับประสบการณ์ต่างๆ มากมายระหว่างการไปออกรบทั้งหมด 3 ครั้งที่อียิปต์ซึ่งอยู่ในการดูแลของชิรกูห์เพื่อเป็นการป้องกันการโดนรุกรานจากพวกครูเสด             จากตรงจุดนี้ทำให้เขามีนโยบายในการส่งเสริมให้มีการเติบโตรวมถึงการแผ่ขยายอาณาเขตของชาวมุสลิม ให้การอุปการะรวมถึงเผยแพร่คำสอนของศาสนาอิสลาม สร้างโรงเรียน มัสยิด ต่างๆ มากมายพยายามเร่งเร้าให้นักวิชาการต่างๆ เขียนงานวิชาการที่มีคุณภาพออกมา ฟื้นฟูในส่วนของกำลังใจรวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนทั่วไปด้วย เขาค่อนข้างประสบความสำเร็จสำหรับการเปลี่ยนขั้วอำนาจให้ทหารเป็นผู้ได้เปรียบ เขาสามารถจัดการกับกองกำลังที่ไร้ระเบียบวินัยได้มากกว่าปกติเมื่อเขามีการใช้เทคนิคทางการทหารใหม่ๆ เข้ามาช่วยเหลือ พอกำลังทหารของเขามีความแข็งแกร่งมากพอที่จะปะทะกับกองทัพของครูเสดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1187 Saladin ก็สามารถทำลายกองกำลังข้าศึกได้สำเร็จพร้อมทั้งยึดที่ดินบางส่วนของปาเลสไตน์ตอนเหนือเอาไว้ได้ด้วย             จากสงครามครั้งดังกล่าวทำให้เขาสามารถที่จะพากองทัพไปยึดราชอาณาจักรเยรูซาเล็มได้เกือบทั้งหมด หลายๆ เมืองได้ตกอยู่ในกองกำลังของมุสลิมภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขายึดได้ก็มีการปฏิบัติต่อชาวเมืองอย่างเป็นมิตร ซึ่งการทำศึกหลายๆ ครั้งของ Saladin นี่เองที่ทำให้เขาได้รับการยกย่องให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการรบอย่างแท้จริง เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 1193 ถือว่าเป็นคนสำคัญในประวัติศาสตร์อีกคนหนึ่ง